โฉนดที่ดิน และ โฉนดเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก) แตกต่างกันอย่างไร

โฉนดที่ดิน หมายถึง กรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครองออกโดยอาศัยตามประมวลกฎหมายที่ดิน (กระทรวงมหาดไทย)

โฉนดเพื่อการเกษตร หมายถึง หนังสือแสดงสิทธิที่ ส.ป.ก. ออกให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการจัดให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน” เกษตรกรที่ประสงค์จะขอเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็น “โฉนดเพื่อการเกษตร” จะต้องเป็นเกษตรกรที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยนับระยะเวลาต่อเนื่องจากคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินครั้งแรก การยื่นคำขอออกโฉนดเพื่อการเกษตรทำได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

1) ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ผ่านศูนย์บริการประชาชน 

2) ยื่นในระบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.alro.go.th โดย ส.ป.ก. จะออกหนังสือรับรองสิทธิการขอออกโฉนดเพื่อการเกษตรไว้ให้เป็นหลักฐานจนกว่าจะมีการออกโฉนดเพื่อการเกษตร ระยะเวลาดำเนินการ ส.ป.ก. จะพิจารณาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หากไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ส.ป.ก. ขยายระยะเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน การประกาศผลการพิจารณา ส.ป.ก. จังหวัดจะประกาศผลพร้อมแนบรายชื่อเกษตรกร เพื่อเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านภายใน 15 วัน เงื่อนไขของผู้ที่ได้รับโฉนดเพื่อการเกษตรแล้ว ห้ามมิให้มีการเปลี่ยนมือ สละสิทธิ หรือกระทำการอื่นใดเพื่อให้บุคคลอื่นได้รับสิทธิในโฉนดเพื่อการเกษตรแทนตนภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ออกโฉนดเพื่อการเกษตร เว้นแต่เป็นการจัดที่ดินแทนที่แก่คู่สมรส บุตร เครือญาติหรือทายาท แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการใช้เพื่อทำเกษตรกรรม สำหรับเกษตรกรผู้ได้รับโฉนดเพื่อการเกษตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี อาจยื่นคำขอสละสิทธิของตนเองทั้งหมดหรือแต่บางส่วนต่อ ส.ป.ก. จังหวัด เพื่อให้เกษตรกรอื่นเป็นผู้ได้รับการพิจารณาจัดที่ดินแทนที่ นอกจากนี้ การควบคุมกำกับดูแลการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ยังคงมีอำนาจหน้าที่ในการเข้าไปตรวจสอบที่ดินเช่นเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ที่ดินผิดประเภท

ที่ดิน ส.ป.ก. ซื้อขายได้ไหม

หากเป็นแต่เดิม ที่ดิน ส.ป.ก. ไม่สามารถซื้อขายได้ บทบัญญัติตาม พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ตามมาตรา 39 ระบุว่า ที่ดินที่บุคคลได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะทำการแบ่งแยก หรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้

เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยังสถาบันเกษตรกร หรือ ส.ป.ก. เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

หากมีการซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดิน ส.ป.ก. กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้กำหนดมาตรการหรือโทษตามกฎหมาย โดยผู้ขายต้องเสียสิทธิทำกินในที่ดินที่ได้รับอนุญาต ในขณะที่ผู้ซื้อก็ไม่อาจอ้างการซื้อขายเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.ได้ นอกจากนั้นผู้ซื้อและผู้ขายอาจต้องรับโทษอาญาถึงจำคุกด้วย


เปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

แต่ปัจจุบันภาครัฐได้มีการขับเคลื่อนการปรับปรุงหนังสือนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก. 4-0 1 ให้เป็นโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือเรียกว่า “โฉนดเพื่อเกษตรกรรม” โดยมีประเด็นสำคัญ คือ หลักการในการดำเนินนโยบาย ได้แก่

1. เร่งรัดปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ที่เกี่ยวข้องให้สอดรับกับการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15ธันวาคม 2566

2. จัดทำร่างระเบียบเพื่อกำหนดรูปแบบและนิยามโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมทั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการ เปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

3. กำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับการจัดที่ดินซึ่งเป็นเกษตรกรที่ถือครอง ส.ป.ก.4-01 และได้ทำประโยชน์ในที่ดินมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

4. กำหนดวิธีการจัดที่ดินโดยจะเป็นการจัดที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมตามการจำแนกพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดิน

5. กำหนดหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงผู้ทำประโยขน์ โดยให้สามารถเปลี่ยนมือได้ระหว่างเกษตรกรที่มีคุณสมบัติด้วยกันตามที่กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด

6. จำนวนเนื้อที่การถือครองยังคงเป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด

7. กำหนดให้เกษตรกรที่ได้รับโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต้องปลูกไม้มีค่าในพื้นที่ตามสัดส่วนและชนิดของไม้มีค่าที่ ส.ป.ก. กำหนด

8. แนวทางการควบคุม กำกับ ดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยกำหนดให้เลขาธิการ ส.ป.ก. หรือผู้ซึ่งเลขาธิการ ส.ป.ก. มอบหมาย เป็นนายทะเบียนในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้แก่เกษตรกรโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกำหนดค่าดำเนินการที่เกี่ยวข้องในการจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรม

9. ส.ป.ก. จะสามารถกำหนดหรือคำนวณมูลค่าที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์ในการจัดการทรัพย์สินเพื่อเกษตรกรเพื่อสร้างมูลค่าให้กับที่ดินรัฐ โดยแก้ไขบันทึกข้อตกลงกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเพิ่มวงเงินค้ำประกันเงินกู้และอำนาจในการจัดทำข้อตกลงกับสถาบันการเงินอื่นเพื่อเพิ่มโอกาสในการใช้เอกสารสิทธิหรือสร้างมูลค่าเพิ่ม

10. การดำเนินการออกโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฉบับแรกจะสามารถแจกให้เป็นจังหวัดต้นแบบได้ภายในวันที่ 15 มกราคม 2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องเกษตรกร

11. ส.ป.ก. จะดำเนินการในการออกเอกสารสิทธิในรูปแบบโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในทุกจังหวัดภายใน 1 ปี และจะดำเนินการปรับปรุงเอกสารสิทธิให้กับเกษตรกรที่มีคุณสมบัติครบภายใน 5 ปี